"แพรรี่" เปิดใจขอใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ตัดสินใจอัปเลเวลแต่งหญิงแบบเต็มขั้น ปังยิ่งกว่าเดิม

คอมเมนต์:

ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ไม่ได้ใช้เพื่อคนอื่น - แพรรี่

    หลังจากสร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์ไปเมื่อไม่นานมานี้ สำหรับ "ทิดไพรวัลย์" ที่ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น "แพรรี่" และตัดสินใจอัปเลเวลแต่งหญิงแบบเต็มขั้น ลั่นขอใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองมีความสุข ด้านพ่อไม่ติด แม่ไม่ติด แต่ป้าข้างบ้านติดนิดหน่อย [อ่านข่าว : "ทิดไพรวัลย์" ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น "แพรรี่" แม้แต่งตัวเป็นหญิง แต่ธรรมะในใจก็ไม่ได้หาย]

    ล่าสุด แพรรี่ หรือ ไพรวัลย์ ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นร้อนดังกล่าว ในรายการโต๊ะหนูแหม่ม ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 บอกว่า ทำไมถึงเปลี่ยนชื่อจาก ไพรวัลย์ เป็น แพรรี่ แล้วชื่อ แพรรี่ มาจากไหน ใครเป็นคนตั้งให้?

 

Sponsored Ad

 

    แพรรี่เผยว่า ชื่อนี้เอฟซีเป็นคนตั้งให้ ไม่มีใครอยากเรียกเราไพรวัลย์ เพราะว่ามันดูไม่เป็นผู้หญิง (หัวเราะ) จริง ๆ คนตั้งให้กันเยอะ มีทั้งแพรหวานบ้าง อะไรบ้าง แต่ส่วนใหญ่ไปไหนมาไหน คนก็จะเรียกว่า "แพรรี่" ส่วนตัวก็ได้หมด ไม่ติดเลย อะไรก็ได้ที่เอฟซีเอ็นดูเรา เราก็ยินดีให้เขาเรียก

เท่ากับว่าตอนนี้แกรนด์โอเพนนิ่งแบบชัดเจนจริง ๆ แล้วใช่ไหม?

 

Sponsored Ad

 

    จริง ๆ ถ้าแกรนด์นัยยะที่เราจะแต่งแบบนี้ก็ไม่ติดก็ได้ หรือว่าวันดีคืนดีจะแต่งผู้ชายก็ได้ ไม่ใช่ว่าจะแต่งหญิงตลอด 24 ชั่วโมง หรือว่าหญิงทุกครั้งเวลาที่ออกงานก็ไม่ใช่ แกรนด์ในความหมายของหนูคือใส่ได้หมด หนูไม่ติด อย่างเวลาจะทำงาน จะออกรายการลูกค้าก็จะรีเควสให้แต่งแบบนี้นะ ถ้าแต่งว่าแมนมาก็ไม่เอา (หัวเราะ) ลูกค้าก็จะรีเควสมาต้องแต่งแบบนี้ ชุดไทยอะไรอย่างงี้


เงาของความเป็นแพรรี่ เริ่มมาตั้งแต่เมื่อไร ?

    จริง ๆ มันไม่ได้เป็นแพรรี่เต็มตัวแบบนี้ ที่เราจะสามารถพูดได้ว่ามันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร แต่ในความรู้สึกหนูมันเป็นในเรื่องของไทม์มิ่งมากกว่า แต่ด้วยความที่ตัวเราเองสมัยตอนเรียนเราก็จะเป็นเด็กชอบกิจกรรม ครูก็จะชอบจับแต่งหญิงแบบนี้เป็นผู้ชายคนเดียวที่ไปอยู่หน้ากลองยาวแล้วก็รำกับเด็กผู้หญิง

 

Sponsored Ad

 

แล้วตอนบวชล่ะ มีความเป็นผู้หญิงอยู่ในตัวไหม ?

    ถ้าถามว่าตอนบวช คือแทบไม่มีเลย เรื่องที่แบบว่าจะมาสนใจในแบบผู้หญิงคือไม่มีเลย อันนี้พูดในเรื่องความสัจจริงคือไม่มีเลย เพราะเราเข้าไปบวชปุ๊บ คือเป็นเด็กที่เข้าไปเรียนจริง ๆ และเราก็อยู่ในผ้าเหลืองมาตลอด 18 ปี ในความรู้สึกหรือว่ารสนิยมในการแต่งผู้หญิงมันไม่มี ณ ตอนนั้น


 

Sponsored Ad

 

พอสึกออกมาปุ๊บ ความรู้สึกมันเริ่มมาตอนไหน ตอนที่มีกองเชียร์ หรือตัวเราเองที่อยากปลดปล่อย?

    เรารู้สึกว่าเราอยากเป็นอะไรที่เราแฮปปี้ และเรามีความสุข อยากจะลองอยากจะเป็นในแบบที่เราเคยเป็น ในก่อนเวลาที่เราจะบวช ย้อนสมัยเราเป็นประถม อยากลอง ตัวเองอยากเป็นคนสนุก ก่อนหน้านี้เขามีคังคุไบ เราก็อยากแต่งบ้าง ทำไมเราจะแต่งไม่ได้เหรอ

ที่นี้มันจะมีคน 2 แบบ มีทั้งคนชอบ มีทั้งคนชัง ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดตัว พร้อมรับมือกับคนที่ชังเรายังไง?

 

Sponsored Ad

 

    คิดง่ายๆ เลยตอนนี้ เราใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น คิดแค่นี้เลยจบ ทุกวันนี้แฮปปี้กับครอบครัว ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว และก็ทำมาหากินโดยสุจริต สัมมาอาชีพ เลยไม่รู้สึกว่าการแต่งตัวแบบนี้ต้องอับอายใครก่อน ไม่มีความคิดนี้อยู่ในความรู้สึกเลย ทำไมแต่งตัวแบบนี้แล้วต้องอาย ดิฉันรู้สึกว่าดิฉันไม่ต้องอายใคร ทุกวันนี้ดิฉันมีงานมีเงิน อยู่กับครอบครัวมีความสุข พ่อแม่แฮปปี้ แม่ดิฉันเห็นดิฉันใส่ชุดนี้แม่ดิฉันยิ้ม แม่ฉันมีความสุขก็จบแล้ว 


แล้วเรารับมือกับคนที่เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เรายังไง

 

Sponsored Ad

 

    ไม่ต้องรับมือยังไงเลย เพราะรู้สึกว่าคำด่า มันไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับเรา มันไม่ได้เปลี่ยนตัวเราด้วย ไม่ได้ลดทอนตัวตนที่มันอยู่ในตัวตนของเรา แต่มันก็มีบ้างที่ออกมาฟาดกลับบ้าง ออกมาโต้ตอบบ้างเป็นบางครั้งที่เรารู้สึกว่ามันเริ่มรุนแรงเกินไป 

ชมคลิปเต็ม

คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิก <<<

ที่มา : รายการ โต๊ะหนูแหม่ม

บทความที่คุณอาจสนใจ